“อี
ทงเฮ
นายกล้าดียังไงมาจูบจองซูของชั้นออกอากาศ”
เสียงเหมือนหมีถูกเชือดของพี่คังอินดังขึ้นทันทีที่ผมก้าวขาผ่านประตูได้แค่ข้างเดียวเท่านั้น
“พี่อย่ามาเว่อร์เกินไปหน่อยเลย ผมไม่ได้จูบพี่อีทึกซะหน่อย ผมก็แค่หอมแก้มพี่เค้านิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่เชื่อถามพี่อีทึกดูซิ” ประโยคท้ายผมหันไปพูดกับพี่อีทึกที่เดินตามผมเข้ามาพร้อมกับฮยอกแจ เพื่อนซี้ของผมเอง แต่ยังไม่ทันที่พี่อีทึกจะพูดอะไร เสียงหมีตัวเดิมก็ดังสวนขึ้นมาอีก
“ถึงจะแค่หอมแก้มก็เถอะ นายไม่มีสิทธ์มาทำแบบนั้นนี่ รู้ทั้งรู้ว่ารายการ kiss
the radio วันนี้มันเปิดกล้อง
แต่นายก็ยังทำ อย่างนี้แฟนคลับจะคิดยังไง นายอยากให้มีการจับคู่นายกับจองซูเรอะ อย่างนายน่ะคู่กะไอ้ไก่มันก็ดีอยู่แล้วนี่”
“อ้าว....ทำไมต้องมีการพาดพิงมาถึงผมด้วยล่ะ ผมอุตส่าห์อยู่เฉยๆแล้วนะพี่” ฮยอกแจเริ่มมีส่วนร่วมในบทสนทนานี้ทันทีที่มีการเอ่ยถึงชื่อของเขา แต่พอพูดจบก็เดินส่ายหัวเข้าห้องนอนไปเลย ส่วนคนอื่นนะเหรอ ไม่มีใครสนใจเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก พี่ฮีชอล คนสวยก็เอาแต่นั่งเล่นอินเตอร์เน็ตโดยมีแมวตัวใหญ่ที่ชื่อซีวอน คอยคลอเคลียอยู่ข้างๆ คยูฮยอน กับซองมิน ก็มัวแต่สนใจเกมที่กำลังแข่งกันอยู่ แต่ดูท่าทางแล้วซองมินคงจะชนะตลอดอีกเหมือนเดิม(?) พี่เยซอง กับเรียวอุค ก็อยู่ในโลกส่วนตัวที่คาดว่าคงเป็นโลกที่มีแต่สีชมพู(หรือม่วง??)นั่นเอง พี่ชินดง ก็กำลังนั่งประจบพี่ฮันเกิง ที่กำลังทำอาหารให้เค้ากินอยู่ในครัว
เอ...ผมกล่าวถึงสมาชิกในบ้านครบแล้วใช่มั้ยเนี่ย เดี๋ยวนับก่อน
1 2 3 … 11 12 อ้าวขาดใครไปเนี่ย
อ๋อ... ขาดพระเอกหญ่าย นาย คิม คิบอม นั่นเอง
ที่ผมเรียกเค้าว่าพระเอกใหญ่ไม่ใช่ว่าผมเห็นว่าเค้าหล่ออะไรมากมายหรอกนะ
เพราะถ้าจะว่าไปแล้วผมว่าผมหน้าตาดีกว่าเค้าอีก นี่ผมไม่ได้ชมตัวเองนะ แต่ผมแค่เป็นคนที่ยอมรับความจริงเท่านั้นเอง เอ๊ะ
รู้สึกมั้ยครับว่าผมเริ่มนอกเรื่องอีกแล้ว
สาเหตุที่ผมเรียกคิบอมว่าพระเอกเพราะว่าช่วงนี้นายแก้มป่องมีงานละครเข้ามาพร้อมกันถึง
2 เรื่อง
ทำให้เค้าไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน
หรือไปทัวร์คอนเสิร์ตกับพวกเราซักเท่าไหร่
หรือถ้าอยู่บ้านก็จะเอาแต่นั่งท่องบทละครที่ระเบียงหน้าบ้านเหมือนวันนี้แหละฮะ เอาเป็นว่าปล่อยไอ้แก้มป่องไปเถอะ มาสนใจพี่คังอินต่อดีกว่า ดูเหมือนว่าพี่เค้าจะยังไม่หมดฤทธิ์เลยฮะ เพราะพี่เค้าเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายแล้วอ่ะ
“พี่เองก็เหมือนกันนะ
พี่จองซู ทำไมถึงปล่อยตัวอย่างนี้ล่ะ ผมไม่เห็นว่าพี่จะขัดขืนเลยนะ หรือว่าพี่ชอบให้ทงเฮมันหอมแก้ม” พี่คังอินพูดจบพร้อมกับทำท่างอนพร้อมกับทำหน้าตาที่ตัวเค้าเองคงคิดว่ามันน่ารัก
หรือว่าน่าเอ็นดูที่สุดในชีวิตละมั้ง
แต่อย่าบอกพี่เค้านะครับ
ว่าผมมีความเห็นขัดแย้งกับพี่เค้าอย่างแรง
แต่พี่อีทึกก็ยังเฉย
ทำเหมือนไม่รู้ว่าพี่คังอินกำลังอยากให้ง้อ พี่คังอินเลยหันมาพูดกับผมต่อ
“เอาเป็นว่าวันนี้ชั้นยกโทษให้ แต่อย่าให้มีคราวหน้านะ ไม่งั้นนายโดนแน่”
“พี่จะทำอะไรผมได้หล่ะ” ผมพูดสวนกลับทันที
“นายอย่ามาท้าชั้นนะ” พี่คังอินตอบกลับด้วยเสียงที่ดังจนเกือบจะกลายเป็นตะคอก
ตอนนี้ทุกคนในบ้านเริ่มหันมาสนใจบทสนทนาของพวกผมแล้วละฮะ ด้วยความตกใจกลัว ผมจึงเดินไปหลบข้างหลังพี่อีทึก ทำหน้าตาหน้าสงสารเหมือนคนสำนึกผิด แล้วก็
...จุ๊บ...
เสียงอะไรนะเหรอครับ เสียงผมจุ๊บแก้มพี่อีทึกนั่นเอง คนอย่างอี
ทงเฮนั่นเหรอฮะจะกลัวหรือสำนึกผิด
ไม่มีทางซะหรอก
ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่คังอินจะทำยังไงต่อ
อึ้งครับ พี่คังอินยืนอึ้งอยู่กับที่ คงกำลังช็อกอยู่นั่นแหละ
ส่วนคนอื่นๆก็ส่งเสียงคิกคักแสดงความเห็นใจพี่คังอินเต็มที่ จะมีก็แต่ไอ้แก้มป่องเท่านั้นที่มองเฉยๆ ทำหน้าเฉยชา
ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
แต่ก็ช่างเถอะ
ผมไม่เห็นจะสนใจเลย ดูหน้าพี่คังอินดีกว่า ตลกดีอ่ะ
“อี ทงเฮ
แกตายแน่วันนี้ ชั้นไม่ปล่อยแกไว้หรอก”
พี่คังอินตะโกนขึ้นหลังจากได้สติ
พร้อมกับเดินตรงมาหาผม
แต่พี่อีทึกก็ขวางไว้ก่อน
“จองซูอ่า...พี่จะเข้าข้างมันทำไม หรือพี่รักมันมากกว่าผม”
“คิม ยองอุน นายก็เป็นซะอย่างนี้ น้องมันถึงชอบแกล้ง นายหัดใจเย็นซะบ้างสิ”
“ก็ผมน่ารักนี่ ใครๆก็ต้องรักเป็นธรรมดาแหละ”
ผมพูดขึ้นมาทันทีที่พี่อีทึกพูดจบ
พี่เค้าเลยหันมามองผมด้วยสายตาที่เหมือนจะตำหนิ แต่เมื่อพี่เค้าเห็นรอยยิ้ม +
ใบหน้าที่ไร้(ร้าย)เดียงสาของผม
พี่เค้าก็ได้แต่ถอนหายใจ แล้วก็ลูบหัวผมอย่างเอ็นดู แล้วหันไปพูดกับพี่คังอินต่อ
“นายอย่าคิดมากซิ ทงเฮคงแค่อยากอ้อนชั้นเท่านั้นแหละ นายก็น่าจะชินแล้วนะ ทงเฮก็ทำอย่างนี้กับทุกคนนี่
ทีนายทำกับชั้นมากกว่านี้ชั้นยังไม่เคยว่าอะไรเลย” พี่ลึกพูดจบก็มีเสียงหัวเราะเบาๆเกิดขึ้น พร้อมกับสีแดงบนหน้าพี่คังอินที่เกิดขึ้นกะทันหันเหมือนกัน
“จองซูอ่า...พี่พูดอย่างนี้ผมก็โดนล้อตายเลยซิ พวกนี้มันยิ่งหาเรื่องแกล้งผมอยู่ด้วย”
“อ๋อ...นายอายงั้นเหรอ ที่ตอนทำไม่เห็นอาย
เอาเป็นว่าถ้านายอายต่อไปก็อย่าทำก็แล้วกัน เลือกเอาว่าจะยอมโดนล้อแล้วได้ทำ หรือไม่โดนล้อแต่อด เลือกเอา
วันนี้ชั้นเหนื่อยแล้ว
ชั้นไปอาบน้ำนอนดีกว่า”
พูดจบพี่อีทึกก็เดินไปที่ห้องของเค้ากับพี่คังอินพอดี
แล้วเหล่าสมาชิกในบ้านก็ได้ยินเสียงหมีบ่นพึมพำพร้อมวิ่งตามพี่อีทึกเข้าไปในห้องทันที ตกลงพี่คังอินตัดสินใจเลือกแบบไหนเนี่ย...
ลับหลังพี่คังอินกับพี่อีทึก อี ทงเฮ
คนหน้าตาดีคนนี้ก็ได้รับคำชื่นชมจากผองเพื่อนทันทีที่สร้างเรื่องสนุกให้ทุกคนอารมณ์ดี
แต่ละคนเดินเข้ามาตบรางวัลคนละที สองที
ที่หลังบ้าง หัวบ้าง แล้วแต่ความอาวุโส หรือความแก่นั่นเอง คนสุดท้ายที่เดินเข้ามาเป็นคิบอม ผมไม่คิดว่าเค้าจะตบรางวัลให้ผมเหมือนคนอื่นหรอก เพราะผมไม่ค่อยสนิทกับเค้าเท่าไหร่ และที่สำคัญเค้าเด็กกว่าผมด้วย แต่เค้าก็เดินเข้ามาหาผมนะ คิดว่าเค้าจะทำอะไรฮะ ผมเดาไม่ออกจริงๆ ผมได้แต่จ้องตาเค้าขณะที่เค้าเดินเข้ามาหาผม
ไม่ซิ ต้องบอกว่าเดินมาทางที่ผมยืนต่างหาก เมื่อคิบอมไม่ได้มองมาที่ผม
ผมเลยกำลังจะหันไปรับคำชื่นชมจากคนอื่นต่อ
อ่า...คืนนี้ผมคงจะฝันดีแน่ๆ แต่แล้วผมก็ต้องยิ้มค้างกับเสียงแว่วๆที่ผมได้ยินตอนที่คิบอมเดินผ่านผมไป
......เล่นเป็นเด็กไปได้....
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑